ดอกไม้กลีบบางที่แข็งแกร่งที่สุด คงแทนความหมายให้กับผู้หญิงที่ชื่อ ”แอฟ ทักษอร”

ดอกไม้กลีบบางที่แข็งแกร่งที่สุด

เห็นรอยยิ้มบางๆ ของผู้หญิงที่ชื่อ “แอฟ ทักษอร”

แล้ว?น้ำตาก็ไหล

ฉันชอบผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน

ผู้หญิงที่เป็นยิ่งกว่าคำว่า “สตรอง”

เธอรู้คุณค่าของตัวเอง

นำพาตัวและหัวใจวางไว้อย่างถูกที่ถูกทาง

เมื่อรู้ว่า ตรงไหนไม่ใช่

เธอไม่เคยฟูมฟาย

เธอเพียงยิ้มบางๆ แล้วเดินออกไปจากที่ซึ่งเธอพบว่า

มันไม่ใช่ที่ของเธอ ไม่เหมาะกับเธออีกต่อไป

มีบทสัมภาษณ์หนึ่งที่นักข่าวเคยถามว่า วันที่ออกมาจากบ้านของสามี

แอฟร้องไห้ไหม แอฟมีโมเมนท์ฟูมฟายบ้างหรือเปล่า

เธอตอบเพียงว่า ไม่ค่ะ ไม่ได้ร้องไห้ แอฟต้องกลับบ้านอยู่แล้วทุกอาทิตย์

แอฟก็แค่กลับบ้าน และไม่กลับไปอีกแค่นั้นเอง

ฉันมองเห็นความแข็งแกร่งดุจเพชรของเธอในประโยคนั้น

ไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากประสบความสำเร็จในความรัก

โดยเฉพาะกับความรักที่ก้าวข้ามเรื่องหนุ่มสาวไปแล้ว

เป็นความรักที่มากกว่าคนสองคน

มีใครบ้างไม่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

ในฐานะที่ฉันก็เป็นแม่

ฉันรู้ว่ามันยากเย็นและเหนื่อยหนักเพียงใด

ถ้าเราจะต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง

ทุกวันนี้ เคยหลับตาลองคิดว่า ถ้าไม่มีสามีอยู่ด้วย เราจะผ่านทุกวันไปอย่างไร

แม้ว่าฉันจะเลี้ยงลูกเป็นหลัก แต่สามีคือความอุ่นใจ

การมีเขาอยู่ ทำให้บ้านเป็นบ้าน

ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้เดียวดาย เรามีเพื่อนคู่คิดที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไป

ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับลูก เราจะมีเขาช่วยแชร์ นั่นล่ะที่เขาเรียกว่า “คู่ชีวิต”

ความรู้สึกแบบนี้เอง ที่ทำให้ผู้หญิงซึ่งไม่ได้โชคดีเรื่องชีวิตคู่หลายคน

ไม่สตรองพอที่จะเดินออกมาจากชีวิตที่ไม่ใช่

ด้วยคิดว่าอยากประคับประคองให้บ้านเป็นบ้าน

อยากให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

โดยลืมไปว่า ความสมบูรณ์แบบไม่ได้อยู่ที่จำนวนนับ

แต่อยู่ที่จังหวะการเต้นของหัวใจต่างหาก

อยู่ที่ไหนแล้วหัวใจเราเต้นคงที่ สม่ำเสมอ ไม่ตึกตัก โครมคราม

ไม่อ่อนแรงจนไม่อยากเต้นต่อ ที่นั่นแหละที่เราควรทิ้งตัวลง

หัวใจของลูกสัมพันธ์กับหัวใจของแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

แม่เท่านั้นที่จะรู้ดีว่า จะรักษาหัวใจของลูกไว้ได้ดีที่สุดอย่างไร

ใช่, แม่ทุกคนรู้ดี

แม่อย่างแอฟ ทักษอร ก็เช่นกัน

เราไม่รู้หรอกว่า ภายใต้ใบหน้าสวยหวานและรอยยิ้มบางๆ นั้น

ต้องผ่านคราบน้ำตาสาหัสสากรรจ์มาขนาดไหน

ต้องผ่านความทุกข์ระทมเดียวดายเพียงใด

กว่าที่เธอจะตัดสินใจลุกขึ้นมากอดตัวเอง กอดลูกน้อย แล้วจูงมือลูกเดินออกมา

ด้วยสายตามุ่งมาดว่า จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป

เธอไม่พูดอะไรมากไปกว่าตอบคำถามในส่วนที่เธอพอจะตอบได้

กระทั่งการพูดจาไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย เธอก็ไม่ทำ

เธอไม่สนความรวย ไม่สนความเคยรัก ไม่สนอะไรมากไปกว่า

เธอจะประคองหัวใจตัวเองและลูกน้อยได้อย่างไรในโลกกว้างใบนี้

นี่คือผู้หญิงที่แสนมีค่าในสายตาของฉัน

ผู้หญิงที่เปล่งประกายความเป็น “ของแท้” ออกมาโดยไม่ต้องฉาบด้วยสิ่งใด

ผู้หญิงที่ “แมน” โดยไม่ต้องพูดอวดอ้างสรรพคุณตัวเอง

ผู้หญิงที่ “สวยงาม” เป็นหนึ่งเดียวทั้งตัวและหัวใจของเธอ

เธอมีคุณสมบัติของ “เพชรแท้” อย่างครบถ้วน

ท้ังประกายความงามและความแข็งแกร่งนั้น

เธอไม่ฟูมฟายกับชีวิต

เธอเพียงลุกขึ้นมาแต่งตัวแล้วออกไปทำงาน

ทำหน้าที่แม่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

?.

เมื่อมีข่าวปะทะเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง

เธอไม่ได้พูดอะไรอีก

นอกจากยิ้มและขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่ส่งให้เธอ

?

?

ฉันนั่งมองรอยยิ้มของเธอ

?แล้ว, น้ำตาของฉันก็ไหล

เครดิตบทความจาก : พึงเนตร อติแพทย์


error: Content is protected !!