เครื่องฟอกอากาศ Samsung ‘ฮีโร่สำหรับลูกน้อยและครอบครัว’

ในยุคฝุ่นละอองเต็มเมืองทุกวันนี้เห็นหมอกยามเช้านี่แทนที่จะดีใจ แต่ฝุ่น PM 2.5 ได้กลับมาเป็นระยะอีกแล้ว

โดยเฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑลที่มีค่าฝุ่นละอองค่อนข้างสูงกว่าเกณฑ์ โดยเราสามารถดูค่าฝุ่นนี้ได้
จากแอปพลิเคชั่น AirVisual ว่าบริเวณที่เราอาศัยอยู่นั้นอากาศเป็นยังไง
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าภายในบ้านของเรานั้นอากาศจะสะอาดกว่าข้างนอก?

อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าฝุ่น PM 2.5 นั้นเมื่อสูดหายใจเข้าไปมากๆ ก็จะส่งผลอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
ของมนุษย์โดยเฉพาะในโซนที่อยู่อาศัยในจังหวัดสมุทรปราการที่เอ็มอาศัยอยู่ จึงทำให้เริ่มกังวลและคิดว่า
แค่เครื่องปรับอากาศอย่างเดียวคงไม่พอสำหรับครอบครัวแล้ว

เพราะถ้าถามถึงประสิทธิภาพในการฟอกอากาศนั้นคงจะสู้เครื่องฟอกอากาศโดยตรงไม่ได้ เพราะแผงฟอกอากาศ
ที่ติดมากับเครื่องปรับอากาศนั้นมันอยู่นิดเดียว จึงไม่สามารถฟอกอากาศได้อย่างเต็มที่ คือเรียกว่าช่วยได้ระดับนึงเท่านั้นเอง
เครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกตัวนึงที่ดูจะมีความจำเป็นสำหรับยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกเล็ก

ซึ่งอันดับแรก สิ่งที่เราต้องต้องคำนึงในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศนั่นก็คือรัศมีการทำงานของเครื่อง
เพราะยิ่งเครื่องฟอกอากาศทำงานได้กว้างมากขึ้นเท่าไหร่ นั่นหมายถึงจะฟอกอากาศได้เร็วขึ้นเท่านั้น
ซึ่งเหตุผลที่เอ็มเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศของ Samsung รุ่น Blue Sky AX5500 ตัวนี้ก็เพราะเขาสามารถ
ฟอกอากาศได้ทั่วถึงและครอบคลุมทั่วทุกมุมห้อง แม้ว่าจะวางเครื่องฟอกอากาศไว้ชิดติดผนังก็ยังสามารถ
ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการออกแบบช่องการกระจายอากาศบริสุทธิ์ 3 ทิศทาง
และพลัง Power Fan ทำให้ฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้กว้างขึ้นและรวดเร็วขึ้นนั่นเอง

ทั้งยังสามารถตรวจจับปริมาณและขนาดของฝุ่นที่มีอนุภาพเล็กถึง PM0.3 ได้อย่างเที่ยงตรง ด้วย Laser PM Sensor
โดยระบบจะตรวจวัดคุณภาพอากาศแล้วแสดงผลบนหน้าจอระบบสัมผัสด้วยตัวเลขดิจิตอลและไฟแสดงผล 4 สี
ทำให้เราสามารถดูปริมาณและขนาดของฝุ่นที่อยู่ในบ้านของเราได้อย่างง่ายดาย

ตัวนี้เขามีแผ่นกรองอากาศทั้งหมด 3 ชั้น โดยในขั้นตอนแรก Pre-filter จะทำการดักจับฝุ่นขนาดใหญ่
ขั้นตอนที่สอง ระบบจะทำการกรองอากาศให้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นด้วยแผ่นกรอง Activated Carbon ที่ช่วยดูด
ซับก๊าซอันตรายรวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ อย่างเช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นบุหรี่ หรือแม้แต่กลิ่นสัตว์เลี้ยง

อย่างถ้าเราใช้สเปรย์ปรับอากาศฉีดไปเนี้ย มันก็จะช่วยได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นแถมยังไม่ได้ช่วยทำ
ให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้นแต่อย่างใดอีกด้วย และขั้นตอนสุดท้าย กรองอากาศด้วยแผ่น HEPA ตัวนี้สามารถกรองฝุ่น
อนุภาคเล็กถึงขนาด PM10, PM2.5, PM1.0 และ PM0.3 ได้มากถึง 99.9% รวมถึงช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้อีก

นอกจากจะช่วยฟอกอากาศบริสุทธิ์แล้ว เขายังมีโหมดประหยัดพลังงานอีกด้วยนะ เพียงแค่เรา
เปิด Auto Mode ระบบก็จะคอยตรวจจับมลภาวะภายในบ้าน พร้อมปรับกำลังและความเร็วลม
ทั้ง 3 ระดับ ตามความเหมาะสม ทำให้ช่วยประหยัดค่าไฟ

อีกทั้งยังมี Sleep mode ที่เงียบกว่าเดิม ปราศจากแสงไฟจากจอและเสียงที่จะคอยรบกวนเราตอนนอนอีกด้วย

เครื่องฟอกอากาศตัวนี้นอกจากจะมีขนาดที่กะทัดรัดแล้ว เขายังมีล้อซ่อนใต้เครื่อง 4 ด้าน ทำให้สามารถ
เคลื่อนย้ายไปไว้จุดต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย อย่างเช่น เวลากลางวันเล่นกับลูกเราก็อาจจะเลื่อน
มาไว้ตรงห้องรับแขก หรือเวลาทานอาหารเราก็อาจจะเลื่อนไปไว้บริเวณโต๊ะอาหาร เพราะนอกจาก
จะได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์แล้วเครื่องฟอกอากาศตัวนี้ก็ยังช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างเช่นกลิ่นอาหารได้
หรือแม้แต่เวลาที่จะนอนก็อาจจะเลื่อนไว้ในห้องนอนเพื่อช่วยฟอกอากาศยามนอนได้อีกด้วย

และด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ทำให้เราสามารถใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องฟอกอากาศได้อย่างง่ายดาย เพียงโหลด
แอพพลิเคชั่น SmartThings ก็สามารถสั่งงานควบคุม เปิด-ปิด เช็คสถานการณ์การทำงานของเครื่องฟอกอากาศ ได้ทันทีเลย

สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กเหมือนเอ็มก็ไม่ต้องเป็นห่วง แค่กดปุ่ม PM Digit ค้างไว้ 3 วินาที ระบบก็จะล็อคอัตโนมัติ
ป้องกันเด็กๆ กดเล่นหรือเปลี่ยนการตั้งค่าหรือการใช้งานที่ไม่ถูกต้องบนหน้าจอระบบสัมผัสได้ ยิ่งเด็กซนๆ อย่างน้องมีทู
ด้วยแล้วนี่ยิ่งไว้ใจไม่ได้เลย ด้วยวัยที่อยากรู้อยากเห็น เผลอปุ๊บ…ทำท่าจะกดลูกเดียวเลย

สำหรับวิธีการบำรุงรักษาและเปลี่ยนไส้กรองก็ง่ายๆ มาก เราสามารถอดออกมาล้างเองได้เลย
โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนด้วยการแสดงไอคอนแผ่นกรองเป็นไฟกระพริบเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแผ่นกรองตัว

และนี่ก็คือเหตุผลที่เอ็มเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศของ Samsung อย่างน้อยมีไว้ก็ช่วยให้อุ่นใจ

และมั่นใจได้มากขึ้นว่าคนในบ้านจะได้รับอากาศบริสุทธิ์อย่างแน่นอน

Cr.BR – Business Review : กระทู้รีวิวจากผู้สนับสนุน User : emmoojung